Archive for ICT News-Article

Green CPU – Intel

อินเทล “ไอเซเว่น” ซีพียูประหยัดไฟ เบอร์ 5

Source : http://www.komchadluek.net/2008/11/23/x_it_h001_232519.php?news_id=232519

ข่าวล่าสุดแวดวงไอทีสัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่มีข่าวไหนเด่นเกินการเปิดตัวซีพียู อินเทล คอร์ ไอเซเว่น เป็นหน่วยประมวลผลตระกูลใหม่ภายใต้ชื่อรหัสว่า “เนฮาเล็ม”

ได้ยินชื่อครั้งแรกชวนให้นึกถึงฮาเร็มของสุลต่านความจริง เนฮาเร็ม เป็นชื่อแม่น้ำที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมลรัฐโอเรกอน สหรัฐ มีความยาว 180 กิโลเมตร และอินเทลนำชื่อแม่น้ำเนฮาเร็มมาใช้เป็นชื่อสถาปัตยกรรมซีพียูล่าสุดของตน

ในแง่ของผู้ใช้งานด้านกราฟฟิกและแก้ไขภาพคอร์ไอเซเว่นช่วยเร่งความเร็วตัดแต่งภาพเสร็จรวดเร็วขึ้น รวมถึงพวกเกมคอมพิวเตอร์ที่มีภาพกราฟฟิกมหึมาเพื่อเพิ่มความสมจริง เว็บไซต์วิดีโอ และการทำงานคอมพิวเตอร์ด้านต่างๆ ทำงานได้เร็วขึ้น 40% แต่ไม่สวาปามกระแสไฟฟ้าเพิ่ม

ผลทดสอบสมรรถนะของไอเซเว่นในเชิงเทคนิคด้วยมาตรวัดSPECint_base_rate2006 ปรากฏว่าไอเซเว่นทุบสถิติทำคะแนนพุ่งไปถึง 117 นับเป็นครั้งแรกในโลกที่ซีพียูทำแต้มได้เกิน 100 คะแนน แล้วอย่างนี้จะไม่เรียกว่าเป็นซีพียูที่เร็วที่สุดในโลกได้อย่างไร

ลองมาดูความเห็นของเซียนคอมพิวเตอร์ตามเว็บไซต์ไอทีกันบ้างส่วนใหญ่ให้คะแนนบวกเต็มที่สำหรับซีพียูตระกูลเนฮาเร็มตัวนี้ อย่างเว็บอะนานเทค (Anandtech.com) เยินยอว่า”คอร์ ไอเซเว่นเป็นซีพียูตัวแรงตามสไตล์อินเทลอีกตัวหนึ่ง” ลอสต์เซอร์กิตส์ (Lost Circuits.com) ป้อนลูกยอจนอิ่มแปล้เลยว่า”เนฮาเร็มคือผลงานชั้นครู” ส่วนเทครีพอร์ตเทใจให้เลยว่า “นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในอุตสาหกรรม”

จุดเด่นของซีพียูอินเทลตัวนี้คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า “เทอร์โบ บูสต์” เจ้าตัวนี้เป็นระบบอัจฉริยะของแท้ เพราะมันสามารถควบคุมพลังซีพียูให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ และปริมาณคำสั่งที่ถาโถมเข้ามาได้อย่างฉลาด ตัวควบคุมพลังงานที่ฝังอยู่บนชิพ และ “เกต” ทรานซิสเตอร์ชนิดใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตระดับ 45 นาโนเมตรของอินเทล

ระบบทั้งหมดทำให้เทอร์โบบูสต์ สามารถปรับความเร็วสัญญาณนาฬิกาของแกน (คอร์) ประมวลผลโดยอัตโนมัติ จะปรับแค่คอร์เดียว หรือหมดทั้ง 4 คอร์เลยก็ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประมวลผลสูงสุด แต่ไม่กินไฟเพิ่ม คอร์ ไอเซเว่น จึงเป็นซีพียูประหยัดไฟล่าสุดที่ช่วยให้เครื่องพีซีเดสก์ท็อปสามารถพักการใช้งานได้เหมือนกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก

เป็นไปได้ว่าไอเซเว่น อาจช่วยให้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะกลับมาทวงแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งได้อีกครั้ง หลังจากถูกยอดจำหน่ายโน้ตบุ๊กแซงหน้าไปแล้ว

Leave a Comment

Embedded System -> Future Trend

 

Source : http://www.komchadluek.net/2008/11/23/x_it_h001_232528.php?news_id=232528

สมองกลฝังตัวเรียนจบเงินเดือนเฉียดแสน

รู้ไหมในบรรดาคณะที่เรียนจบแล้วได้งานทำเงินเดือนเริ่มต้น 6-7 หมื่นบาท คือ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบัณฑิตที่มีความรู้เกี่ยวกับ “สมองกลฝังตัว” เรียกว่าบริษัทญี่ปุ่นจองตัวไปทำงานกันตั้งแต่อยู่ปี 3 ปี 4

เทคโนโลยีสมองกลฝังตัวหรือเอ็มเบดซิสเต็ม (embeded system) ไม่ใช่เรื่องใหม่เป็นเทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่ข้างหลังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มานานโขแล้ว อย่างเช่นเครื่องซักผ้าที่แม่บ้านหมุนปุ่มปรับซัก 30 นาที ตั้งอุณหภูมิน้ำ ปรับความเร็วปั่นสำหรับผ้าซักแต่ละประเภท คำสั่งทั้งหมดถูกควบคุมด้วยชุดควบคุมที่มีสมองกลอัจฉริยะฝังอยู่

เวลาพูดถึงคอมพิวเตอร์คนทั่วไปมักนึกภาพเครื่องคอมพิเวตอร์ตั้งโต๊ะมีจอภาพ มีเคสสำหรับติดตั้งเมนบอร์ด หน่วยความจำ (แรม) หน่วยประมวลผล (ซีพียู) ฮาร์ดดิสก์ การ์ดจอ และอื่นๆ หรืออาจนึกถึงโน้ตบุ๊ก แต่คอมพิวเตอร์ หรือสมองกลอาจปรากฏตัวอยู่ในรูปร่างที่ผู้บริโภคอาจใช้งานอยู่เป็นประจำ แต่ไม่เคยนึกว่ามีระบบประมวลผลควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อยู่ข้างใน

ยกตัวอย่างง่ายๆและใกล้ตัวที่สุดคือ รถยนต์รุ่นที่จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดจะมีกล่องควบคุมที่เรียกว่า อีซียู (Engine Control Unit) ควบคุมการจ่ายเชื้อเพลิงให้เครื่องยนต์

ถ้าเป็นเมื่อก่อนกล่องอีซียูทำหน้าที่ควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ากระบอกสูบแต่ละกระบอกเท่านั้น แต่ปัจจุบันพัฒนาไปไกลมาก อีซียูทำหน้าที่ควบคุมจังหวะจุดระเบิด ควบคุมระบบแปรผันของวาล์ว หรือ VVT สัญลักษณ์ที่ปรากฏหราอยู่ในห้องเครื่องของรถโตโยต้านั่นไง ส่วนรถยนต์ที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จ อีซียูยังควบคุมแรงอัดด้วย เป็นต้น

กล่องอีซียูจะเป็นตัวกำหนดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงการตั้งเวลาจุดระเบิด และค่าต่างๆ ผ่านเซ็นเซอร์หลายประเภท เช่น เซ็นเซอร์ตำแหน่งของปีกผีเสื้อ เซ็นเซอร์อุณหภูมิ ออกซิเจน และอีกมากมาย รถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคตจะมีเซ็นเซอร์พิสดารหลายรูปแบบติดตั้ง เช่น เซ็นเซอร์วัดแรงดันลมยางเพื่อคอยตรวจเช็กว่ายางอ่อนหรือแข็งเกินที่กำหนดหรือไม่

อุตสาหกรรมรถยนต์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในญี่ปุ่นกำลังต้องการบุคลากรด้านนี้อย่างมาก ถึงได้บอกว่าบัณฑิตที่จบด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเชี่ยวชาญด้านสมองกลฝังตัวจึงเป็นที่หมายปองของบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่น และเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการซี 11

สมาคมสมองกลฝังตัวซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนไทยที่ทำงานบุกเบิกด้านเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว และเห็นทิศทางของเทคโนโลยี ได้จัดทำ โครงการการประชันทักษะการพัฒนาระบบสมองกลฝังตัวปี2008 (TESA Top Gun Rally 2008) โดยมีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนความรู้ด้านสมองกลฝังตัวให้แก่นักศึกษารุ่นใหม่ๆ เพื่อเตรียมบุคลากรด้านนี้ไว้รองรับงานจากบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ และบริษัทรถยนต์ อย่างน้อยป้องกันไม่ให้บริษัทยักษ์ใหญ่ย้ายฐานไปเวียดนาม หรือจีน

สมาคมสมองกลฝังตัวไทยได้รับการสนับสนุนโครงการจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติคณะวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัย 19 สถาบันทั่วประเทศ บริษัท โตโยต้า ทูโช อีเล็คทรอนิคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด มูลนิธิวิจัยเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ดีไซน์ เกทเวย์ จำกัด

ผศ.อภิเนตรอูนากูล นายกสมาคมสมองกลฝังตัวไทยกล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นหวังพัฒนานักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการให้มีความรู้พื้นฐานที่ถูกวิธีและเก่ง ไม่ได้ต้องการเพียงผลงานหรือผู้ชนะเลิศเท่านั้น

เก่งอย่างเดียวเราก็ไม่อยากได้เราอยากได้คนที่มีความสามารถและเป็นนักคิดนักพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะหากเก่งแล้วแต่ไม่พัฒนาก็เท่านั้น อนาคตคู่แข่งสำคัญของไทยอาจเป็นเวียดนาม หรือจีน ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตสูงก็ได้ นายกสมาคมสมองกลฝังตัวไทยกล่าว

เขามองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตขึ้นทุกปี หากพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้สามารถออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่ใช้ควบคุมพลังงานเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ได้เองแล้ว อนาคตจะมีมูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรมส่งออกยานยนต์สูงขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่รับประกอบรถยนต์ไปวันๆ 

นายกสมาคมบอกอีกว่าปีหน้าโครงการจะเดินทางไปจัดที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยอยู่ระหว่างการคัดเลือกหัวข้อในการแข่งขันระหว่างระบบสมองกลฝังตัวด้านการเกษตร และระบบสมองกลฝังตัวที่ช่วยรักษาความปลอดภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

Leave a Comment

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.