Special Assignment I

Special Assignment I

จาก วิดิทัศน์  เรื่อง Old School Friends ของ  บริษัท  NTT Do Co Mo  ประเทศญี่ปุ่น ความยาว 10.54 นาที ซึ่งนักศึกษาได้รับชมไปเมื่อเสาร์ที่ 15 พ.ย. นั้น

นักศึกษา สามารถดาวน์โหลด วิดีทัศน์ เรื่องดังกล่าว ได้จาก http://giti.nectec.or.th/download/projects/20070827-GSD/vdo/1-NTT-ugov.wmv

วิดีทัศน์ มีขนาด 132M

Special Assignment I  นี้ ขอให้ นักศึกษาสรุปเทคโนโลยีและยกภาพเหตุการณ์เป็นตัวอย่าง ของแต่ละเทคโนโลยี ที่พบในวิดีทัศน์เรื่องนี้ มาให้ได้มากที่สุด

ทำงานเป็นกลุ่ม แบ่งตามกลุ่ม โดยใช้กลุ่มตาม Assignement III

สำหรับ ๒ กลุ่ม พิเศษ ได้แก่

กลุ่มที่ 5  กิติชัย, นาตยา, จริยา  ให้อธิบายความหมาย ของ  GPS  พร้อมยกตัวอย่าง

กลุ่มที่  6 พงศธร, วิภา, นิธิรัช ให้อธิบายความหมาย ของ  Embedded System   พร้อมยกตัวอย่าง

ทั้งนี้ กรณี กลุ่ม 5 , 6  หากคัดลอกมาจากแลห่งข้อมูลใด ขอให้เขียนที่มาด้วย ขอให้เรียบเรียงมาจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูล ครับ

เชิญทำงานได้เลยครับ

กำหนดส่ง  ภายในวันศุกร์ที่ 21 พ.ย. เวลา  24.00 น.

รูปแบบการตอบ ใช้วิธีเดียวกับ Assignment III

38 Comments »

  1. bc424sec3131 said

    นักศึกษา ตอบมาได้แล้วครับ วันนี้ วันอังคาีรแล้วนะครับ

  2. simplynut said

    เดียวจะทำวันนีนะจาร แหะๆ ^^

  3. Great !!! Khun Nut , will see your job tonight and then please urge your friend to do too.

  4. angel3131 said

    ^^

    จารย์ใจร้อนจังเรยค่ะ

    น้ำเย็นสักแก้วไหมค่ะจารย์

  5. ampparbc424 said

    แวะมาทักทาย

    ฝานดีจร้า

  6. simplynut said

    กลุ่มที่ 7

    สมาชิก

    นางสาว นพัชรนันท์ กลิ่นคำดี ( Angel 3131 )
    นาย นพวัฒน์ เสวกพิบูลย์ ( SimplY Nut )
    นาย สยุมพร แผ่กระโทก
    นางสาว วิลาวัณย์ สุขสิงขร

    Mobile Remote learning system

    เป็นการเรียนการสอนผ่านระบบ โดยผู้เรียนและผู้สอนต่างอยู่กันคนละที่ แต่เรียนรู้ผ่านระบบการประชุมระยะไกล สือสารโดยภาพ

    และเสียง

    E-commerce & Delivering system

    E-commerce คือ การทำธุรกิจการค้าผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคนทั่วไปจะคิดถึงแต่การซื้อขายกันทางหน้าเว็บ แต่ธุรกิจ E-

    commerce นั้นในอนาคตจะเป็นที่แพร่หลายมากมาย เนื่องจากสะดวกและรวดเร็ว

    Delivering system คือ ระบบการขนส่งสินค้าที่สั่ง ต่อเนื่องมาจากการค้าขายผ่านระบบ E-commerce ซึ่งผู้ซื้อไม่ต้องออกไปเอา

    สินค้า เพียงแต่ทำการสั่งที่บ้าน ทางผู้ขายจะจัดการส่งสินค้าให้ภายในเวลาที่ตกลงกันไว้ เป็นระบบที่สะดวกสบาย รองรับอนาคตที่จะ

    ถึงนี้

    Mobile Town Monitoring system

    Mobile Town Monitoring เป็นระบบแสดงแผนที่ของเมืองในโทรศัพท์ ที่จะบอกที่อยู่ของสถานที่ ที่ผู้ใช้ต้องการค้นหา อีกทั้ง

    แสดงถึงระยะทางของผู้ใช้ถึงสถานที่นั้นๆ ซึ่งแสดงโดยใช้ระบบ GPS

    Mobile Medical Examination system

    Mobile Medical Examination เป็นระบบตรวจโรคสัตว์ โดยผู้ตรวจกับ ตัวสัตว์อยู่กันคนละที่ แต่สามารถตรวจได้อย่างสะดวก

    สบาย เหมือนอยู่ตรงนั้น

    Mobile Virtual Laboratory

    เป็นการวิจัยผ่านระบบสื่อสาร โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องทดลอง แต่สามารถอยู่ที่ไหนก็ได้แล้วส่งตัวอย่าง ผ่านระบบ เพื่อวิจัยและ

    ค้นคว้า

    One-Stop Boarding system

    การรวมเทคโนโลยี่หลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกัน เพื่อความสะดวกสบายในการ เดินทางหรือการดำเนินชีวิตประจำวัน

    Bus on demand system

    คือ ระบบรถโดยสารยุคใหม่ที่ตอบสนองต่อความต้องการในการเดินทางของผู้ใช้ เราจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเมื่อเปรียบ

    เทียบกับระบบรถโดยสารประจำทางที่มีอยู่ในปัจจุบัน

    ระบบออนดีมานด์บัสมีลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือ การใช้รถร่วมกัน หรือ การแชร์รถนั่นเอง การแชร์รถนี้ช่วยจัดรวมผู้โดยสารที่

    ต้องการเดินทางไปในทิศทางเดียวกันให้มาใช้รถร่วมกัน ในกรณีของรถแท๊กซี่ รถสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้มากที่สุดสี่คนโดยไม่มี

    การแวะรับผู้โดยสารกลางทาง หรีอขับอ้อมไปรับผู้โดยสารที่อยู่ใกล้เคียง ที่จะเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน ในขณะที่ การแชร์รถนี้

    อนุญาตให้มีการขับรถอ้อมไปรับผู้โดยสารที่กล่าวมานี้ได้ ข้อดีของระบบออนดีมานด์บัสในจุดนี้ เมื่อนำไปประยุกต์ใช้ในตัวเมืองใหญ่ๆ

    จะสามารถช่วยลดความหนาแน่นของปริมาณรถยนต์ได้

  7. auybc424 said

    ทานข้าวรึยังค่ะ

    แวะมาทักทานน้าาค่ะ

    เจอกานวันเสาร์ค่ะ

  8. กลุ่มที่ ๗ ครับ

    ดีครับ

    ช่วยใส่ลำดับที่ หน้าข้อ ของแต่และเทคโนโลยีที่กลุ่มเราพบด้วยสิครับ เพิ่มอีกนิดนึง

  9. ตอบ คุณ auybc424

    ถามผมหรือปล่าว ถ้าถามผม

    ขอตอบว่า ทานข้าวกลางวัน ตั้งแต่ ๑๑ โมงกว่า ที่ ก. ไอซีที ตอนนี้ เริ่มหิวอีกแล้ว …..

  10. kingokok said

    กลุ่มที่ 5

    สมาชิก

    กิติชัย ชาวกัณหา
    นาตยา พุ่มสวาท
    จริยา คงแก้ว

    โจทย์ พิเศษ GPS

    ตอบ …

    1. GPS คืออะไร?

    GPS คือ ระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก ย่อมาจากคำว่า Global Positioning System ซึ่งระบบ GPS ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก คือ

    1. ส่วนอวกาศ ประกอบด้วยเครือข่ายดาวเทียม 3 ค่าย คือ

    อเมริกา รัสเซีย ยุโรป ของอเมริกา ชื่อ NAVSTAR (Navigation Satellite Timing and Ranging GPS) มีดาวเทียม 28 ดวง ใช้งานจริง 24 ดวง อีก 4 ดวงเป็นตัวสำรอง บริหารงานโดย Department of Defenses มีรัศมีวงโคจรจากพื้นโลก 20,162.81 กม.หรือ 12,600 ไมล์ ดาวเทียมแต่ละดวงใช้ เวลาในการโคจรรอบโลก 12 ชั่วโมง

    ยุโรป ชื่อ Galileo มี 27 ดวง บริหารงานโดย ESA หรือ European Satellite Agency จะพร้อมใช้งานในปื 2008

    รัสเซีย ชื่อ GLONASS หรือ Global Navigation Satellite บริหารโดย Russia VKS (Russia Military Space Force)

    ในขณะนี้ภาคประชาชนทั่วโลกสามารถใช้ข้อมูลจากดาวเทียมของทางอเมริกา (NAVSTAR) ได้ฟรี เนื่องจากนโยบายสิทธิการเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารสำหรับประชาชนของรัฐบาลสหรัฐ จึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในระดับความแม่นยำที่ไม่เป็นภัยต่อความมันคงของรัฐ กล่าวคือมีความแม่นยำในระดับบวก / ลบ 10 เมตร

    2. ส่วนควบคุม ประกอบด้วยสถานีภาคพื้นดิน สถานีใหญ่อยู่ที่ Falcon Air Force Base ประเทศ อเมริกา และศูนย์ควบคุมย่อยอีก 5 จุด กระจายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก

    3. ส่วนผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานต้องมีเครื่องรับสัญญาณที่สามารถรับคลื่นและแปรรหัสจากดาวเทียมเพื่อนำมาประมวลผลให้เหมาะสมกับการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ

    ทุกวันนี้บางท่านมักจะเข้าใจผิดว่า GPS เป็น GPRS ซึ่ง GPRS ย่อมาจากคำว่า General Packet Radio Service เป็นระบบสื่อสารแบบไร้สายสำหรับโทรศัพท์มือถือ หรือ PDA หรือ note bookเพื่อเชื่อมต่อกับ internet

    2. GPS ทำงานอย่างไร?

    GPS ทำงานโดยการรับสัญญานจากดาวเทียมอย่างน้อย 4 ดวง โดยอาศัยข้อมูลที่ส่งตรงมาจากดาวเทียมแต่ละดวง โดยสัญญาณดาวเทียมนี้ประกอบไปด้วยข้อมูลที่ระบุตำแหน่งและเวลาขณะส่งสัญญาณ ตัวเครื่องรับสัญญาณ GPS จะต้องประมวลผลความแตกต่างของเวลาในการรับสัญญาณเทียบกับเวลาจริง ณ ปัจจุบันเพื่อแปรเป็นระยะทางระหว่างเครื่องรับสัญญานกับดาวเทียมแต่ละดวง ซึ่งได้ระบุมีตำแหน่งของมันมากับสัญญานดังกล่าวข้างต้น

    ความแม่นยำของการระบุตำแหน่งนั้นขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดาวเทียมแต่ละดวง ค่าความถูกต้องของสัญญานจากดาวเทียม จำนวนดาวเทียมที่รับสัญญานได้ ความแปรปรวนของชั้นบรรยากาศ สิ่งแวดล้อมในบริเวณรับสัญญาน และประสิทธิภาพของเครื่องรับสัญญาน

    3. GPS ใช้งานอย่างไร?

    ผู้ที่ใช้ระบบ GPS จะต้องมีเครื่องรับสัญญาณ หน่วยประมวลผล โปรแกรม หรือข้อมูลแผนที่ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ การรับสัญญานจากดาวเทียมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ส่วนการใช้งานในรูปแบบที่ใช้ประกอบกับแผนที่จะมีค่าใช้จ่ายในเรื่องของแผนที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบริษัทที่จัดทำแผนที่ ในประเทสไทยมีผู้จัดทำแผนที่เพื่อใช้กับ GPS รายใหญ่ๆได้แก่

    ABLE ITS (POWER MAP)

    ESRI (GARMIN)

    MAP POINT ASIA (SMARTMAP)

    BANGKOK GUIDE

    BKKMap

    MapKing

    iGO

    SpeedNavi

    4. การประยุกต์ใช้งาน GPS ในปัจจุบัน

    ปัจจุบันนี้ได้มีการใช้งาน GPS ในรูปแบบของการกำหนดพิกัดของสถานที่ต่าง ๆ การทำแผนที่ การนำทาง ระบบการควบคุมยานพาหนะ การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การกำหนดจุดเพื่อบรรเทาสาธารณะภัย การวางผังสำหรับการจัดส่ง

    5. ระบบนำทางด้วย GPS ทำงานอย่างไร?

    ก่อนอื่นผู้ใช้จะต้องมีเครื่องรับสัญญาณ เมื่อผู้ใช้นำเครื่องไปใช้งานมีการเปิดรับสัญญาณ GPS แล้ว ควรมีการวางแผนการเดินทางโดยการกำหนดจุดหมายปลายทางที่ตัวเครื่องเพื่อให้เครื่องได้คำนวณเส้นทาง

    6. อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับการนำทางด้วย GPS ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

    ตัวรับสัญญาณ หน่วยประมวลผล โปรแกรม และข้อมูลแผนที่ ปัจจุบันนี้มีเครื่อง GPS ที่มีครบทุกอย่างในตัวเอง ซึ่งจะมีความสะดวกในการใช้งานและมีความสเถียรสูงหรือแบบที่ใช้ร่วมกับ Pocket PC หรือ โน๊ตบุ๊คหรือ PC

    7. ประโยชน์ของ GPS สำหรับบุคคลทั่วไป

    สามารถนำทางไปในสถานที่ต่าง ๆ ค้นหาสถานที่ต่าง ๆ ที่สำคัญ ๆ กำหนดจุดสนใจต่าง ๆ ได้ ใช้ในการวัดพื้นที่ การสำรวจ การเดินป่า การเดินเรือ ซึ่งสามารถนำทางกลับสู่ตำแหน่งตั้งต้นได้ และการบันทึกข้อมูลสำหรับการเล่นกีฬากลางแจ้ง

    ในเรื่องการขนส่งมีการนำ GPS ไปใช้เป็นระบบติดตามรถยนต์ เพื่อควบคุมดูแลตลอดจนบันทึกเส้นทาง ลักษณะการขับรถ และการควบคุมเครื่องมืออุปกรณ์ในรถ เช่น อุณหภูมิ ตู้แช่สินค้า ทำให้สามารถบริหารจัดการการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่าย และในด้านความปลอดภัยก็สามารถทราบถึงตำแหน่งของรถว่าอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น สะดวกต่อการตรวจสอบติดตาม

    8. การใช้ระบบ GPS ในต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้าง?

    ทุกวันนี้ในต่างประเทศมีการใช้อุปกรณ์ GPS กันอย่างกว้างขวาง และประชาชนมีความรู้เรื่อง GPS เป็นอย่างดี เพราะได้มีการใช้งานมาหลายปีแล้วและมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลการจราจรในรูปแบบของดิจิตอล ประกอบกับมีการวางผังเมืองอย่างเป็นระเบียบทำให้การพัฒนาระบบ GPS เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เช่น ในรถแท็กซี่จะพบอุปกรณ์ GPS ประจำอยู่แทบทุกคัน และนักเดินทางก็มักจะพกอุปกรณ์ GPS ในรูปแบบ PDA หรือ Pocket PC กันเป็นส่วนมาก แทนการพกพาสมุดแผนที่อย่างในอดีต ปัจจุบันนี้ระบบ GPS สามารถค้นหาถึงระดับบ้านเลขที่หรือเบอร์โทรศัพท์และนำทางไปสู่เป้าหมายได้อย่างถูกต้อง

    กลับ

    9. แนวโน้มหรืออนาคตของ GPS ในประเทศไทย

    สำหรับ GPS ยังเป็นของใหม่มากและรู้จักกันในหมู่ผู้ใช้งานในวงแคบ ๆ แต่ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีในการที่จะแพร่หลายต่อไปในอนาคตปัจจุบันนี้ได้มีรถแท็กซี่บางค่ายได้นำ GPS ไปติดตั้ง

    การใช้ GPS ในการติดตามรถบรรทุก รถยนต์ ซึ่งต่อไปน่าจะแพร่หลายไปถึงรถแท็กซี่ รถพยาบาล รถตำรวจ รถโรงเรียน รถขนส่งสาธารณะ ฯลฯ การแสดงสภาพการจราจรที่คาดว่าในอนาคตจะมี จุดที่ต้องระวังในการขับขี่ เช่น โค้งอันตราย เขตชุมชนลดความเร็ว เป็นต้น

    ***ที่มาของข้อมูลจากเว็บ http://www.global5thailand.com
    —————————————————————————–

    GPS (Global Positioning System) เป็นระบบเดียวในปัจจุบัน ที่สามารถ แสดงตำแหน่งที่อยู่ ที่แน่นอนว่าอยู่ ณ. ตำแหน่งใด บนพื้นโลกได้ทุกเวลา ทุกสภาพอากาศ ระบบนี้มีดาวเทียม 24 ดวง หมุนอยู่รอบโลก อยู่สูงขึ้นไป 11,000 nautical miles หรือประมาณ 20,200 kms. จากพื้นโลก ดาวเทียมเหล่านี้จะคอยส่งสัญญาณให้กับเครื่องลูกข่าย เพื่อบอกพิกัด ตำแหน่ง บนผิวโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยในช่วงแรกการใช้งานนั้น GPS จะถูกจำกัดอยู่ในทางการทหาร แต่ต่อมาทางสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้สร้างและดูแลเครือข่ายดาวเทียมเหล่านี้ได้มีการให้ใช้งานในวงกว้างขึ้น เช่น ใช้ในระบบการขนส่ง การสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ การทำแผนที่ และในปัจจุบันในวงการท่องเที่ยวก็มีการนำ GPS มาใช้ในการเดินป่าอีกด้วย

    หลักการของเครื่อง GPS คือการคำนวณระยะทางระหว่างดาวเทียมกับเครื่อง GPS ซึ่งจะต้องใช้ระยะทางจากดาวเทียมอย่างต่ำ 3 ดวง เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่แน่นอน ซึ่งเมื่อเครื่อง GPS สามารถรับสัญญาณจากดาวเทียมได้ 3 ดวงขึ้นไปแล้ว จะมีคำนวณระยะทางระหว่างดาวเทียมถึงเครื่อง GPS โดยจากสูตรคำนวณทางฟิสิกส์คือ

    ความเร็ว X เวลา = ระยะทาง

    โดยดาวเทียมทั้ง 3 ดวงจะส่งสัญญาณที่เหมือนกันมายังเครื่อง GPS โดยความเร็วแสง (186,000 ไมล์ต่อวินาที) แต่ระยะเวลาในการรับสัญญาณได้จากดาวเทียมแต่ละดวงนั้นจะไม่เท่ากัน เนื่องจากระยะทางไม่เท่ากัน เช่น

    ดาวเทียม 1 : ระยะเวลาในการส่งสัญญาณจากดาวเทียมดวงแรกถึงเครื่อง GPS คือ 0.10 วินาที ระยะทางระหว่างดาวเทียมกับ GPS คือ 18,600 ไมล์ (186,000 ไมล์ต่อวินาที X 0.10 วินาที = 18,600 ไมล์) ฉะนั้นตำแหน่งปัจจุบันก็จะสามารถเป็นจุดใดก็ได้ในวงกลมที่มีรัศมี 18,600 ไมล์ ซึ่งจะเห็นว่าดาวเทียมเพียงดวงเดียวยังไม่สามารถบอกตำแหน่งที่แน่นอนได้

    ดาวเทียม 2 : ระยะเวลาในการส่งสัญญาณจากดาวเทียมดวงแรกถึงเครื่อง GPS คือ 0.08 วินาที ระยะทางระหว่างดาวเทียมกับ GPS คือ 13,200 ไมล์ (186,000 ไมล์ต่อวินาที X 0.08 วินาที = 13,200 ไมล์) ฉะนั้นตำแหน่งปัจจุบันก็จะสามารถเป็นจุดใดก็ได้ในจุด Intersect ระหว่างวงกลมจากดาวเทียมดวงแรกกับดาวเทียมดวงที่ 2

    ดาวเทียม 3 : ระยะเวลาในการส่งสัญญาณจากดาวเทียมดวงแรกถึงเครื่อง GPS คือ 0.06 วินาที ระยะทางระหว่างดาวเทียมกับ GPS คือ 11,160 ไมล์ (186,000 ไมล์ต่อวินาที X 0.06 วินาที = 11,160 ไมล์) ฉะนั้นตำแหน่งปัจจุบันก็จะสามารถเป็นจุดใดก็ได้ในจุด Intersect ระหว่างวงกลมจากดาวเทียมทั้ง 3 ดวง

    ****แหล่งที่มาของข้อมูล http://tang-mae.exteen.com

    —————————————————————————–

    ประวัติ GPS โดยย่อ

    ตั้งแต่ในอดีต มนุษย์เราก็มีความพยายามที่จะสร้างเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อบอกให้ได้ว่าเรากำลังอยู่ที่ใด เพื่อป้องกันการหลงทางและสามารถกลับไปยังจุดเดิมได้อย่างถูกต้อง ซึ่งในการเดินเรือสมัยแรก ๆ ก็มีการใช้ดวงดาวเป็นการบอกตำแหน่งและทิศทาง

    ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น ก็ได้มีการคิดค้นประดิษฐ์เข็มทิศและเครื่องวัดระยะทางหาเส้นรุ้งและเส้นแวง (Sextant) ขึ้นมา โดยเข็มทิศจะชี้ไปทางเหนือเสมอ ฉะนั้นไม่ว่าเราจะไม่รู้ตำแหน่งของเราแต่เราจะยังสามารถรู้ทิศทางที่กำลังเดินทางไปได้ ส่วนเครื่องวัดระยะทางหาเส้นรุ้งและเส้นแวง นั้นจะช่วยในการวัดมุมระหว่างดวงดาวกับพื้นดิน ในยุคแรก ๆ นั้นเครื่องมือนี้จะใช้ในการเดินเรือและสามารถบอกได้แต่เส้นรุ้งเท่านั้น ไม่สามารถบอกเส้นแวงได้

    ต่อมาในศตวรรษที่ 17 ประเทศอังกฤษก็ได้ตั้งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์เพื่อทำการสร้างเครื่องมือเพื่อหาเส้นแวงให้ได้ ซี่งกลุ่มที่ตั้งขึ้นมาถูกเรียกว่า Board of Longitude โดยมีรางวัลให้กับผู้ที่สามารถสร้างเครื่องมือที่ใช้หาเส้นแวงได้ ซึ่งในปี ค.ศ.1761 John Harrison ได้พัฒนาเครื่องมือที่สามารถใช้หาเส้นแวงได้ซึ่งเรียกว่า Chronometer ซึ่งต่อมาก็มีการใช้เครื่องมือ Sextant และ Chronometer ร่วมกันในการเดินทางอย่างแพร่หลาย

    ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ได้มีการพัฒนาระบบการส่งสัญญาณวิทยุมาใช้งานกันมากขึ้น จนกระทั่งได้มีการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทั้งเรือ และเครื่องบิน จะใช้ระบบการรับ-ส่งสัญญาณวิทยุจากสถานีภาคพื้นดินเป็นตัวนำทาง การส่งสัญญาณวิทยุนั้นจะสามารถส่งได้ทั้งแบบความถี่สูงและความถี่ต่ำ แต่ข้อเสียก็คือ หากส่งสัญญาณในช่วงความถี่สูงจะสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้อย่างถูกต้อง แต่ครอบคลุมได้เพียงพื้นที่จำกัด ส่วนการรับ-ส่งสัญญาณในช่วงความถี่ต่ำสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างไกลกว่า แต่ความถูกต้องต่ำกว่า

    ในศตวรรษที่ 20 ดาวเทียมสปุตนิก (Sputnik) ของประเทศรัสเซียได้ถูกส่งออกสู่อวกาศเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1957 และทำให้เราเริ่มตระหนักกันว่าเราสามารถใช้ดาวเทียมในการนำทางได้เช่นเดียวกับดวงดาวบนท้องฟ้า โดยนักวิจัยจากสถาบัน MIT ได้ติดตามวิถีการโคจรของดาวเทียมสปุตนิกและได้สังเกตเห็นว่าสัญญาณวิทยุจากดาวเทียมสปุตนิกจะสูงขึ้นเมื่อดาวเทียมโคจรเข้ามาใกล้ และต่ำลงเมื่อดาวเทียมโคจรห่างออกไป จากข้อเท็จจริงดังกล่าวที่ว่าเราสามารถจะติดตามตำแหน่งของดาวเทียมในขณะโคจรรอบโลกได้จากภาคพื้นดินนั้น จึงเป็นที่มาของสมมุติฐานที่ว่า ในทางกลับกัน เราก็น่าจะสามารถติดตามหรือระบุตำแหน่งของวัตถุใดๆ บนพื้นโลกโดยการใช้สัญญาณวิทยุจากดาวเทียมได้เช่นกัน

    ต่อมาทางประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้มีการพัฒนาดาวเทียมนำร่องออกสู่อวกาศเช่นกัน โดยทางอเมริกาเรียกระบบนี้ว่า Transit ซึ่งประกอบไปด้วยดาวเทียม 6 ดวงโคจรรอบโลกผ่านขั้วโลก ที่ความสูงประมาณ 1,100 กิโลเมตร โดยใช้สำหรับหาตำแหน่งของเรือเดินสมุทร และเครื่องบิน โดยระบบนี้รัฐบาลอเมริกาอนุญาตให้เอกชนบางรายใช้ในงานสำรวจเท่านั้น โดยยังไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปใช้งาน แต่ระบบนี้ก็ใช้งานกันได้ไม่นานนักเนื่องจากการส่งสัญญาณช้าและมีความถูกต้องต่ำ จึงได้เริ่มมีการพัฒนาระบบ GPS เพื่อให้มีการบอกตำแหน่งได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยได้เริ่มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งผลทำให้ระบบ GPS ที่สมบูรณ์ได้ถูกใช้งานเต็มรูปแบบจากดาวเทียม 24 ดวงในกลางปี 1990

    *****แหล่งที่มาของข้อมูลจาก http://www.mrbackpacker.com

  11. kingokok said

    กลุ่มที่ 5

    สมาชิก

    กิติชัย ชาวกัณหา
    นาตยา พุ่มสวาท
    จริยา คงแก้ว

    โจทย์ พิเศษ GPS

    ตอบ …

    1. GPS คืออะไร?

    GPS คือ ระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก ย่อมาจากคำว่า Global Positioning System ซึ่งระบบ GPS ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก คือ

    1. ส่วนอวกาศ ประกอบด้วยเครือข่ายดาวเทียม 3 ค่าย คือ

    อเมริกา รัสเซีย ยุโรป ของอเมริกา ชื่อ NAVSTAR (Navigation Satellite Timing and Ranging GPS) มีดาวเทียม 28 ดวง ใช้งานจริง 24 ดวง อีก 4 ดวงเป็นตัวสำรอง บริหารงานโดย Department of Defenses มีรัศมีวงโคจรจากพื้นโลก 20,162.81 กม.หรือ 12,600 ไมล์ ดาวเทียมแต่ละดวงใช้ เวลาในการโคจรรอบโลก 12 ชั่วโมง

    ยุโรป ชื่อ Galileo มี 27 ดวง บริหารงานโดย ESA หรือ European Satellite Agency จะพร้อมใช้งานในปื 2008

    รัสเซีย ชื่อ GLONASS หรือ Global Navigation Satellite บริหารโดย Russia VKS (Russia Military Space Force)

    ในขณะนี้ภาคประชาชนทั่วโลกสามารถใช้ข้อมูลจากดาวเทียมของทางอเมริกา (NAVSTAR) ได้ฟรี เนื่องจากนโยบายสิทธิการเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารสำหรับประชาชนของรัฐบาลสหรัฐ จึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในระดับความแม่นยำที่ไม่เป็นภัยต่อความมันคงของรัฐ กล่าวคือมีความแม่นยำในระดับบวก / ลบ 10 เมตร

    2. ส่วนควบคุม ประกอบด้วยสถานีภาคพื้นดิน สถานีใหญ่อยู่ที่ Falcon Air Force Base ประเทศ อเมริกา และศูนย์ควบคุมย่อยอีก 5 จุด กระจายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก

    3. ส่วนผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานต้องมีเครื่องรับสัญญาณที่สามารถรับคลื่นและแปรรหัสจากดาวเทียมเพื่อนำมาประมวลผลให้เหมาะสมกับการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ

    ทุกวันนี้บางท่านมักจะเข้าใจผิดว่า GPS เป็น GPRS ซึ่ง GPRS ย่อมาจากคำว่า General Packet Radio Service เป็นระบบสื่อสารแบบไร้สายสำหรับโทรศัพท์มือถือ หรือ PDA หรือ note bookเพื่อเชื่อมต่อกับ internet

    2. GPS ทำงานอย่างไร?

    GPS ทำงานโดยการรับสัญญานจากดาวเทียมอย่างน้อย 4 ดวง โดยอาศัยข้อมูลที่ส่งตรงมาจากดาวเทียมแต่ละดวง โดยสัญญาณดาวเทียมนี้ประกอบไปด้วยข้อมูลที่ระบุตำแหน่งและเวลาขณะส่งสัญญาณ ตัวเครื่องรับสัญญาณ GPS จะต้องประมวลผลความแตกต่างของเวลาในการรับสัญญาณเทียบกับเวลาจริง ณ ปัจจุบันเพื่อแปรเป็นระยะทางระหว่างเครื่องรับสัญญานกับดาวเทียมแต่ละดวง ซึ่งได้ระบุมีตำแหน่งของมันมากับสัญญานดังกล่าวข้างต้น

    ความแม่นยำของการระบุตำแหน่งนั้นขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดาวเทียมแต่ละดวง ค่าความถูกต้องของสัญญานจากดาวเทียม จำนวนดาวเทียมที่รับสัญญานได้ ความแปรปรวนของชั้นบรรยากาศ สิ่งแวดล้อมในบริเวณรับสัญญาน และประสิทธิภาพของเครื่องรับสัญญาน

    3. GPS ใช้งานอย่างไร?

    ผู้ที่ใช้ระบบ GPS จะต้องมีเครื่องรับสัญญาณ หน่วยประมวลผล โปรแกรม หรือข้อมูลแผนที่ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ การรับสัญญานจากดาวเทียมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ส่วนการใช้งานในรูปแบบที่ใช้ประกอบกับแผนที่จะมีค่าใช้จ่ายในเรื่องของแผนที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบริษัทที่จัดทำแผนที่ ในประเทสไทยมีผู้จัดทำแผนที่เพื่อใช้กับ GPS รายใหญ่ๆได้แก่

    ABLE ITS (POWER MAP)

    ESRI (GARMIN)

    MAP POINT ASIA (SMARTMAP)

    BANGKOK GUIDE

    BKKMap

    MapKing

    iGO

    SpeedNavi

    4. การประยุกต์ใช้งาน GPS ในปัจจุบัน

    ปัจจุบันนี้ได้มีการใช้งาน GPS ในรูปแบบของการกำหนดพิกัดของสถานที่ต่าง ๆ การทำแผนที่ การนำทาง ระบบการควบคุมยานพาหนะ การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การกำหนดจุดเพื่อบรรเทาสาธารณะภัย การวางผังสำหรับการจัดส่ง

    5. ระบบนำทางด้วย GPS ทำงานอย่างไร?

    ก่อนอื่นผู้ใช้จะต้องมีเครื่องรับสัญญาณ เมื่อผู้ใช้นำเครื่องไปใช้งานมีการเปิดรับสัญญาณ GPS แล้ว ควรมีการวางแผนการเดินทางโดยการกำหนดจุดหมายปลายทางที่ตัวเครื่องเพื่อให้เครื่องได้คำนวณเส้นทาง

    6. อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับการนำทางด้วย GPS ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

    ตัวรับสัญญาณ หน่วยประมวลผล โปรแกรม และข้อมูลแผนที่ ปัจจุบันนี้มีเครื่อง GPS ที่มีครบทุกอย่างในตัวเอง ซึ่งจะมีความสะดวกในการใช้งานและมีความสเถียรสูงหรือแบบที่ใช้ร่วมกับ Pocket PC หรือ โน๊ตบุ๊คหรือ PC

    7. ประโยชน์ของ GPS สำหรับบุคคลทั่วไป

    สามารถนำทางไปในสถานที่ต่าง ๆ ค้นหาสถานที่ต่าง ๆ ที่สำคัญ ๆ กำหนดจุดสนใจต่าง ๆ ได้ ใช้ในการวัดพื้นที่ การสำรวจ การเดินป่า การเดินเรือ ซึ่งสามารถนำทางกลับสู่ตำแหน่งตั้งต้นได้ และการบันทึกข้อมูลสำหรับการเล่นกีฬากลางแจ้ง

    ในเรื่องการขนส่งมีการนำ GPS ไปใช้เป็นระบบติดตามรถยนต์ เพื่อควบคุมดูแลตลอดจนบันทึกเส้นทาง ลักษณะการขับรถ และการควบคุมเครื่องมืออุปกรณ์ในรถ เช่น อุณหภูมิ ตู้แช่สินค้า ทำให้สามารถบริหารจัดการการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่าย และในด้านความปลอดภัยก็สามารถทราบถึงตำแหน่งของรถว่าอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น สะดวกต่อการตรวจสอบติดตาม

    8. การใช้ระบบ GPS ในต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้าง?

    ทุกวันนี้ในต่างประเทศมีการใช้อุปกรณ์ GPS กันอย่างกว้างขวาง และประชาชนมีความรู้เรื่อง GPS เป็นอย่างดี เพราะได้มีการใช้งานมาหลายปีแล้วและมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลการจราจรในรูปแบบของดิจิตอล ประกอบกับมีการวางผังเมืองอย่างเป็นระเบียบทำให้การพัฒนาระบบ GPS เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เช่น ในรถแท็กซี่จะพบอุปกรณ์ GPS ประจำอยู่แทบทุกคัน และนักเดินทางก็มักจะพกอุปกรณ์ GPS ในรูปแบบ PDA หรือ Pocket PC กันเป็นส่วนมาก แทนการพกพาสมุดแผนที่อย่างในอดีต ปัจจุบันนี้ระบบ GPS สามารถค้นหาถึงระดับบ้านเลขที่หรือเบอร์โทรศัพท์และนำทางไปสู่เป้าหมายได้อย่างถูกต้อง

    กลับ

    9. แนวโน้มหรืออนาคตของ GPS ในประเทศไทย

    สำหรับ GPS ยังเป็นของใหม่มากและรู้จักกันในหมู่ผู้ใช้งานในวงแคบ ๆ แต่ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีในการที่จะแพร่หลายต่อไปในอนาคตปัจจุบันนี้ได้มีรถแท็กซี่บางค่ายได้นำ GPS ไปติดตั้ง

    การใช้ GPS ในการติดตามรถบรรทุก รถยนต์ ซึ่งต่อไปน่าจะแพร่หลายไปถึงรถแท็กซี่ รถพยาบาล รถตำรวจ รถโรงเรียน รถขนส่งสาธารณะ ฯลฯ การแสดงสภาพการจราจรที่คาดว่าในอนาคตจะมี จุดที่ต้องระวังในการขับขี่ เช่น โค้งอันตราย เขตชุมชนลดความเร็ว เป็นต้น

    ***ที่มาของข้อมูลจากเว็บ http://www.global5thailand.com
    —————————————————————————–

    GPS (Global Positioning System) เป็นระบบเดียวในปัจจุบัน ที่สามารถ แสดงตำแหน่งที่อยู่ ที่แน่นอนว่าอยู่ ณ. ตำแหน่งใด บนพื้นโลกได้ทุกเวลา ทุกสภาพอากาศ ระบบนี้มีดาวเทียม 24 ดวง หมุนอยู่รอบโลก อยู่สูงขึ้นไป 11,000 nautical miles หรือประมาณ 20,200 kms. จากพื้นโลก ดาวเทียมเหล่านี้จะคอยส่งสัญญาณให้กับเครื่องลูกข่าย เพื่อบอกพิกัด ตำแหน่ง บนผิวโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยในช่วงแรกการใช้งานนั้น GPS จะถูกจำกัดอยู่ในทางการทหาร แต่ต่อมาทางสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้สร้างและดูแลเครือข่ายดาวเทียมเหล่านี้ได้มีการให้ใช้งานในวงกว้างขึ้น เช่น ใช้ในระบบการขนส่ง การสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ การทำแผนที่ และในปัจจุบันในวงการท่องเที่ยวก็มีการนำ GPS มาใช้ในการเดินป่าอีกด้วย

    หลักการของเครื่อง GPS คือการคำนวณระยะทางระหว่างดาวเทียมกับเครื่อง GPS ซึ่งจะต้องใช้ระยะทางจากดาวเทียมอย่างต่ำ 3 ดวง เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่แน่นอน ซึ่งเมื่อเครื่อง GPS สามารถรับสัญญาณจากดาวเทียมได้ 3 ดวงขึ้นไปแล้ว จะมีคำนวณระยะทางระหว่างดาวเทียมถึงเครื่อง GPS โดยจากสูตรคำนวณทางฟิสิกส์คือ

    ความเร็ว X เวลา = ระยะทาง

    โดยดาวเทียมทั้ง 3 ดวงจะส่งสัญญาณที่เหมือนกันมายังเครื่อง GPS โดยความเร็วแสง (186,000 ไมล์ต่อวินาที) แต่ระยะเวลาในการรับสัญญาณได้จากดาวเทียมแต่ละดวงนั้นจะไม่เท่ากัน เนื่องจากระยะทางไม่เท่ากัน เช่น

    ดาวเทียม 1 : ระยะเวลาในการส่งสัญญาณจากดาวเทียมดวงแรกถึงเครื่อง GPS คือ 0.10 วินาที ระยะทางระหว่างดาวเทียมกับ GPS คือ 18,600 ไมล์ (186,000 ไมล์ต่อวินาที X 0.10 วินาที = 18,600 ไมล์) ฉะนั้นตำแหน่งปัจจุบันก็จะสามารถเป็นจุดใดก็ได้ในวงกลมที่มีรัศมี 18,600 ไมล์ ซึ่งจะเห็นว่าดาวเทียมเพียงดวงเดียวยังไม่สามารถบอกตำแหน่งที่แน่นอนได้

    ดาวเทียม 2 : ระยะเวลาในการส่งสัญญาณจากดาวเทียมดวงแรกถึงเครื่อง GPS คือ 0.08 วินาที ระยะทางระหว่างดาวเทียมกับ GPS คือ 13,200 ไมล์ (186,000 ไมล์ต่อวินาที X 0.08 วินาที = 13,200 ไมล์) ฉะนั้นตำแหน่งปัจจุบันก็จะสามารถเป็นจุดใดก็ได้ในจุด Intersect ระหว่างวงกลมจากดาวเทียมดวงแรกกับดาวเทียมดวงที่ 2

    ดาวเทียม 3 : ระยะเวลาในการส่งสัญญาณจากดาวเทียมดวงแรกถึงเครื่อง GPS คือ 0.06 วินาที ระยะทางระหว่างดาวเทียมกับ GPS คือ 11,160 ไมล์ (186,000 ไมล์ต่อวินาที X 0.06 วินาที = 11,160 ไมล์) ฉะนั้นตำแหน่งปัจจุบันก็จะสามารถเป็นจุดใดก็ได้ในจุด Intersect ระหว่างวงกลมจากดาวเทียมทั้ง 3 ดวง

    ****แหล่งที่มาของข้อมูล http://tang-mae.exteen.com

    —————————————————————————–

    ประวัติ GPS โดยย่อ

    ตั้งแต่ในอดีต มนุษย์เราก็มีความพยายามที่จะสร้างเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อบอกให้ได้ว่าเรากำลังอยู่ที่ใด เพื่อป้องกันการหลงทางและสามารถกลับไปยังจุดเดิมได้อย่างถูกต้อง ซึ่งในการเดินเรือสมัยแรก ๆ ก็มีการใช้ดวงดาวเป็นการบอกตำแหน่งและทิศทาง

    ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น ก็ได้มีการคิดค้นประดิษฐ์เข็มทิศและเครื่องวัดระยะทางหาเส้นรุ้งและเส้นแวง (Sextant) ขึ้นมา โดยเข็มทิศจะชี้ไปทางเหนือเสมอ ฉะนั้นไม่ว่าเราจะไม่รู้ตำแหน่งของเราแต่เราจะยังสามารถรู้ทิศทางที่กำลังเดินทางไปได้ ส่วนเครื่องวัดระยะทางหาเส้นรุ้งและเส้นแวง นั้นจะช่วยในการวัดมุมระหว่างดวงดาวกับพื้นดิน ในยุคแรก ๆ นั้นเครื่องมือนี้จะใช้ในการเดินเรือและสามารถบอกได้แต่เส้นรุ้งเท่านั้น ไม่สามารถบอกเส้นแวงได้

    ต่อมาในศตวรรษที่ 17 ประเทศอังกฤษก็ได้ตั้งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์เพื่อทำการสร้างเครื่องมือเพื่อหาเส้นแวงให้ได้ ซี่งกลุ่มที่ตั้งขึ้นมาถูกเรียกว่า Board of Longitude โดยมีรางวัลให้กับผู้ที่สามารถสร้างเครื่องมือที่ใช้หาเส้นแวงได้ ซึ่งในปี ค.ศ.1761 John Harrison ได้พัฒนาเครื่องมือที่สามารถใช้หาเส้นแวงได้ซึ่งเรียกว่า Chronometer ซึ่งต่อมาก็มีการใช้เครื่องมือ Sextant และ Chronometer ร่วมกันในการเดินทางอย่างแพร่หลาย

    ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ได้มีการพัฒนาระบบการส่งสัญญาณวิทยุมาใช้งานกันมากขึ้น จนกระทั่งได้มีการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทั้งเรือ และเครื่องบิน จะใช้ระบบการรับ-ส่งสัญญาณวิทยุจากสถานีภาคพื้นดินเป็นตัวนำทาง การส่งสัญญาณวิทยุนั้นจะสามารถส่งได้ทั้งแบบความถี่สูงและความถี่ต่ำ แต่ข้อเสียก็คือ หากส่งสัญญาณในช่วงความถี่สูงจะสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้อย่างถูกต้อง แต่ครอบคลุมได้เพียงพื้นที่จำกัด ส่วนการรับ-ส่งสัญญาณในช่วงความถี่ต่ำสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างไกลกว่า แต่ความถูกต้องต่ำกว่า

    ในศตวรรษที่ 20 ดาวเทียมสปุตนิก (Sputnik) ของประเทศรัสเซียได้ถูกส่งออกสู่อวกาศเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1957 และทำให้เราเริ่มตระหนักกันว่าเราสามารถใช้ดาวเทียมในการนำทางได้เช่นเดียวกับดวงดาวบนท้องฟ้า โดยนักวิจัยจากสถาบัน MIT ได้ติดตามวิถีการโคจรของดาวเทียมสปุตนิกและได้สังเกตเห็นว่าสัญญาณวิทยุจากดาวเทียมสปุตนิกจะสูงขึ้นเมื่อดาวเทียมโคจรเข้ามาใกล้ และต่ำลงเมื่อดาวเทียมโคจรห่างออกไป จากข้อเท็จจริงดังกล่าวที่ว่าเราสามารถจะติดตามตำแหน่งของดาวเทียมในขณะโคจรรอบโลกได้จากภาคพื้นดินนั้น จึงเป็นที่มาของสมมุติฐานที่ว่า ในทางกลับกัน เราก็น่าจะสามารถติดตามหรือระบุตำแหน่งของวัตถุใดๆ บนพื้นโลกโดยการใช้สัญญาณวิทยุจากดาวเทียมได้เช่นกัน

    ต่อมาทางประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้มีการพัฒนาดาวเทียมนำร่องออกสู่อวกาศเช่นกัน โดยทางอเมริกาเรียกระบบนี้ว่า Transit ซึ่งประกอบไปด้วยดาวเทียม 6 ดวงโคจรรอบโลกผ่านขั้วโลก ที่ความสูงประมาณ 1,100 กิโลเมตร โดยใช้สำหรับหาตำแหน่งของเรือเดินสมุทร และเครื่องบิน โดยระบบนี้รัฐบาลอเมริกาอนุญาตให้เอกชนบางรายใช้ในงานสำรวจเท่านั้น โดยยังไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปใช้งาน แต่ระบบนี้ก็ใช้งานกันได้ไม่นานนักเนื่องจากการส่งสัญญาณช้าและมีความถูกต้องต่ำ จึงได้เริ่มมีการพัฒนาระบบ GPS เพื่อให้มีการบอกตำแหน่งได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยได้เริ่มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งผลทำให้ระบบ GPS ที่สมบูรณ์ได้ถูกใช้งานเต็มรูปแบบจากดาวเทียม 24 ดวงในกลางปี 1990

    *****แหล่งที่มาของข้อมูลจาก http://www.mrbackpacker.com

  12. barbile said

    กลุ่ม 11

    สมาชิก

    1. พัชราภา เกตุศักดิ์
    2. จารุวัลย์ กลั่นมารักษ์
    3. ศิริลักษณ์ สิริวัฒน์

    1.Mobile Remote learning system
    การเรียนระยะไกลผ่านระบบ คนเรียนและผู้สอนอยู่คนละที่แต่สามารถทำการเรียนการสอนผ่านระบบนี้ได้ เราจะเห็นภาพผู้สอนเหมือนได้เรียนกับตัวจริง

    2.E-commerce & Delivering system
    การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกิจการ เช่นการค้า เราก็สามารถคลิกว่าต้องการอะไร มีสินค้าอยู่หรือไม่ ราคาเท่าไหร่ จะส่งสินค้าโดยใว้การส่งประเภทไหน

    3.Mobile Town Monitoring system
    เป็นระบบแสดงตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ ที่เราต้องการทราบ และแสดงตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้

    4. Auto Drive
    ระบบการบังคับและขับขี่รถโดยอัตโนมัติ ถ้ามีสิ่งกีดขวางรถก็จะอยุดโดยอัตโนมัติ

    5.Mobile Medical Examination system
    เป็นระบบตรวจโรค และ แสดงวิธีรักษาโดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องเดินทางไปรักษาถึงที่

    6.GPS
    เป็นแผนที่ ที่เราสามารถค้นหาสถานที่ๆเราต้องการที่จะทราบ พร้อมแสดงแผนที่ทางไป พร้อมแสดงตำแหน่งที่เราอยู่

    7.Mobile Virtaul Lab Olatory system
    ห้องแลปเคลื่อนที่ สามารถทำการวิจัยค้นคว้าได้ทุกที่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเก็บตัวอย่างไปที่ห้องแลป

    8.Bus on demand system
    รถโดยสารสาธารณะ ที่มีตารางเวลาแน่นอน ว่าเที่ยวนี้จะมาถึงป้ายนี้เวลาอะไร
    ไม่ต้องเสียเวลารอนานๆ

  13. Zeehot said

    กลุ่ม 4

    สมาชิก

    1.วิภาดา ศรีทองคำ
    2.ธีรยุทธ ธีรมีวิทยะฐานะ
    3.อนุวัฒน์ สิริธัญชาติ

    Mobile Remote learning system

    เป็นการสื่อสารผ่านระบบเครือข่าย ที่สามารถสื่อสารกันได้โดยอยู่คนละที่ และสามารถมองเห็นกันได้ผ่านทางหน้าจอ และเสียงที่สามารถโต้ตอบกันได้

    E-commerce & Delivering system

    การทำธุรกิจค้าขายผ่านเครือข่ายโดยที่ผู้ซื้อและผู้ขายอยู่คนละที่ และผู้ซื้อยังเห็นภาพสินค้าที่ตัวเองสั่งซื้อได้ผ่านทางหน้าจอ จนกระทั่งไปถึงการขนส่งที่ผู้ซื้อสามารถเลือกให้ผู้ขายจัดส่งสินค้าไปได้

    Mobile Town Monitoring system

    เป็นระบบระบุตำแหน่งแผนที่ของเมือง สามารถตรวจสอบเส้นทางและระยะทางได้ชัดเจน อีกทั่งยังสามารถติดต่อสื่อสาร พูดคุย โดยเห็นภาพผู้ที่ติดต่อกับเราได้

    Auto Drive

    เป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และเมื่อเจอสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้ารถจะหยุดโดยอัตโนมัติ

    Mobile Medical Examination system

    เป็นระบบตรวจรักษาโรคของสัตว์ ซึ่งผู้ที่รักษากับสัตว์อยูคนละกันที่ยังสามารถระบุหาสาเหตุของสัตว์ว่าเป็นโรคใดได้อย่างชัดเจน

    GPS

    เป็นสัญญาณเครือข่ายที่แสดงแผนที่และระบุเส้นทางหรือที่ที่เราจะไปได้อย่างชัดเจน

    Mobile Virtual Laboratory

    เปรียบเสมือนห้องวิจัยเคลื่อนที่ ที่สามารถค้นคว้าหรือวิจัยได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องปฏิบัติการ (LAP) อีกทั่งยังสามารถส่งตัวอย่างงานวิจัยผ่านระบบเครือข่ายได้ในเวลาอันสั้น

    One-Stop Boarding system

    เป็นระบบสแกนวัตถุที่เป็นอันตราย

    Bus on demand system

    เป็นระบบที่สามารถสั่งจองที่นั่งและกำหนดสถานที่ เวลา โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปที่สถานี แต่สามารถใช้ระบบเครือข่ายเรียกรถโดยสารมาหาถึงที่ได้เลย

  14. Gi Ei-Due said

    กลุ่ม : 1
    สมาชิก : นางสาว นิภาวรรณ สงฉิม
    นายจักราวุธ ดาราเรือง
    นางสาวผกาวรรณ สมมุติ

    1 > Mobile Remote learning system
    เป็นการศึกษาระยะไกลผ่านระบบ ซึ่งผู้ที่เรียนและผู้สอนสามารถอยู่คนละสถานที่กันแต่สามารถทำการเรียนกันได้โดยผ่านการสอนผ่านระบบนี้ โดยผู้ที่เรียนจะสามารถเห็นผู้สอนได้เสหมือนได้เรียนกับผู้สอนจริง ๆ

    2 > E-commerce & Delivering system
    เป็นการนำเอาเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มาช่วยในการบริหารและควบคุมกิจการ เพื่อให้มีความสะดวก ระรวดเร็วในการติดต่อซื้อขายสินค้า เช่น การขายสินค้าผ่านระบบ Internet หรือ ภายในระบบของร้าน เราจะสามารถคลิกเลือกดูสินค้า และเลือกชมสินค้าตามที่เราต้องการได้ ว่าภายในกิจการมีสินค้าชนิดใดบ้าง ราคา สินค้าคงเหลือในสต็อค วิธีการสั่งซื้อ การับสินค้า

    3 > Mobile Town Monitoring system
    เป็นระบบที่จะแสดงตำแหน่งของสถานที่ ณ ที่ต่าง ๆ ที่เราต้องการทราบ และแสดงตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้งานระบบอยู่ และยังสามารถติดต่อสื่อการกับบุคคลที่เราสนทนา และสามารถเห็นภาพเสมือนจริงของผู้ที่เราสนทนาอยู่

    4 > Auto Drive
    เป็นการขับขี่ยานพาหนะโดยอัตโนมัติโดยผ่านระบบ ซึ่งผู้ใช้งานจะไม่ต้องบังคับใด ๆ เลย ซึ่งระบบจะทำการประมวลผล แล้วตรวจสิ่งรอบข้างโดยอัตโนมัติ จะหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกสบายในการขับขี่ยานยนต์

    5 > Mobile Medical Examination system
    เป็นการรักษาและตรวจสอบโรค โดยระบบจะทำการตรวจสอบและวินิจฉัยโรคว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และควรจะมีการรักษาด้วยวิธีใด และยังสามารถติดต่อ สื่อสารกันได้เหมือนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งสามารถเห็นภาพการบรรยาย ถึงโรคและวิธีการรักษาโดยระบบจะแสดงภาพเสมือนจริง โดยที่เราไม่ต้องเดินทางไปรักษาถึงโรงพยาบาลหรือคลีนิค

    6 > GPS
    เป็นเสมือนแผนที่ เราสามารถค้นหาสถานที่ ที่เราต้องการที่จะทราบหรือตำแหน่งที่เราต้องการจะไป พร้อมทั้งแสดงแผนที่หรือทิศทางไป และยังแสดงตำแหน่งของผู้ที่ใช้งานอยู่

    7 > Mobile Virtaul Lab Olatory system
    เป็นเสมือนห้องแลป เราสามารถไปทำการวิจัยค้นคว้าวิจัยได้ทุกที่ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเก็บตัวอย่างเพื่อที่จะไปทำการวิจัยที่ห้องแลป ให้ยุ่งยากวุ่นวาย สามารถทำการตรวจสอบได้ ณ ที่นั้น ๆ เลย

    8 > Bus on demand system
    เป็นรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถบัส (BUS) ที่มีตารางเวลาที่แน่นอน ว่ารถหมายเลขนี้จะมาถึงป้ายนี้เวลาใด ซึ่งเมื่อเราทราบว่ารถคันนี้จะมาเวลาใดนั้นเราก็จะสามารถทำอะไรได้หลายอย่างใดไม่ต้องเสียเวลามานั่งรถ

    9 > One-Stop Boarding system
    เป็นเสมือนเครื่องตรวจสอบวัตถุที่อาจจะเป็นอันตรายต่อบุคคลรอบข้าง ซึ่งเราอาจจะสามารถเห็นระบบนี้ได้ตาม สนามบิน หรือ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่าง ๆ

  15. blythedoll007 said

    Mobile Remote Learning System
    เป็นการเรียนการสอนผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยผู้เรียนเห็นหน้าผู้สอน และผู้สอนก็เห็นหน้าผู้เรียน

    อยู่ในวิดีทัศน์ ตอนที่เค้าสอนปั้นหม้อกับเด็กผู้หญิง 3 คน

    E-Commerce & Delivering System
    คือการซื้อขายผ่านระบบเครือข่าย มีตัวอย่างสินค้าโชว์ด้วย แล้วทางระบบจะมีการจัดส่งในภายหลัง

    อยู่ในวิดีทัศน์ ตอนที่มีผู้หญิงมาซื้อเครื่องปั้นดินเผา

    Mobile Town Monitoring System
    เป็นที่บอกตำแหน่งสถานที่ต่างๆในเมือง ที่เราอยากจะหาว่ามีการเดินทางอย่างไร

    อยู่ในวิดีทัศน์ ตอนที่ประชุมเสร็จแล้ว จะไปกินข้าวจึงหาร้านฮอด ด็อก

    Auto Drive
    คือระบบการขับเคลื่อนอัตโนมัติ

    อยู่ในวิดีทัศน์ ตอนที่สัตว์แพทย์ ขับรถอยู่

    Mobile Medical Examination System
    คือ ระบบการตรวจและรักษาผ่านทางระบบเครือข่าย รักษาโดยไม่ต้องไปถึงที่โรงพยาบาล

    อยู่ในวิดีทัศน์ตอนที่สัตว์แพทย์คุยกับเพื่อน แล้วมีเจ้าของฟาร์มม้าก็โทรมาให้ดูอาการม้าให้หน่อย

    GPS
    คือการบอกทิศทางโดยมีการแสดงแผนที่ผ่านระบบด้วยและมีการบอกตำแหน่งที่เราอยู่อีกด้วย

    อยู่ในวิดีทัศน์ตอน ที่ผู้หญิงนักพันธุ์ศาสตร์ เดินอยู่ในป่า

    Moblie Virtual Laboratory
    เหมือนกับห้อง Lab เคลื่อนที่ มีการวิจัยโดยที่เราไม่ต้องเก็บเอาต้นไม้ไปที่Lab

    อยู่ในวิดีทัศน์ ตอนที่ผู้หญิงหาพันธุ์ของต้นไม้แล้วส่งไปยัง Lab

    Bus on Demand System
    คือรถโดยสารที่มีตารางบอกเวลาที่แน่นอน ว่ามาถึงเมื่อไร มีการเช็คได้เสมอ

    อยู่ในวิดีทัศน์ ตอนที่ผู้ชายเรียกรถบัสจะไปหาเพื่อนที่นัดเจอกัน

  16. blythedoll007 said

    กลุ่ม : 8
    สมาชิก : นางสาว ดวงกมล ทองเต็ม
    นาย บรรพต แซ่อ้วง
    นางสาว พสุภา ล้ออุทัย

    Mobile Remote Learning System
    เป็นการเรียนการสอนผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยผู้เรียนเห็นหน้าผู้สอน และผู้สอนก็เห็นหน้าผู้เรียน

    อยู่ในวิดีทัศน์ ตอนที่เค้าสอนปั้นหม้อกับเด็กผู้หญิง 3 คน

    E-Commerce & Delivering System
    คือการซื้อขายผ่านระบบเครือข่าย มีตัวอย่างสินค้าโชว์ด้วย แล้วทางระบบจะมีการจัดส่งในภายหลัง

    อยู่ในวิดีทัศน์ ตอนที่มีผู้หญิงมาซื้อเครื่องปั้นดินเผา

    Mobile Town Monitoring System
    เป็นที่บอกตำแหน่งสถานที่ต่างๆในเมือง ที่เราอยากจะหาว่ามีการเดินทางอย่างไร

    อยู่ในวิดีทัศน์ ตอนที่ประชุมเสร็จแล้ว จะไปกินข้าวจึงหาร้านฮอด ด็อก

    Auto Drive
    คือระบบการขับเคลื่อนอัตโนมัติ

    อยู่ในวิดีทัศน์ ตอนที่สัตว์แพทย์ ขับรถอยู่

    Mobile Medical Examination System
    คือ ระบบการตรวจและรักษาผ่านทางระบบเครือข่าย รักษาโดยไม่ต้องไปถึงที่โรงพยาบาล

    อยู่ในวิดีทัศน์ตอนที่สัตว์แพทย์คุยกับเพื่อน แล้วมีเจ้าของฟาร์มม้าก็โทรมาให้ดูอาการม้าให้หน่อย

    GPS
    คือการบอกทิศทางโดยมีการแสดงแผนที่ผ่านระบบด้วยและมีการบอกตำแหน่งที่เราอยู่อีกด้วย

    อยู่ในวิดีทัศน์ตอน ที่ผู้หญิงนักพันธุ์ศาสตร์ เดินอยู่ในป่า

    Moblie Virtual Laboratory
    เหมือนกับห้อง Lab เคลื่อนที่ มีการวิจัยโดยที่เราไม่ต้องเก็บเอาต้นไม้ไปที่Lab

    อยู่ในวิดีทัศน์ ตอนที่ผู้หญิงหาพันธุ์ของต้นไม้แล้วส่งไปยัง Lab

    Bus on Demand System
    คือรถโดยสารที่มีตารางบอกเวลาที่แน่นอน ว่ามาถึงเมื่อไร มีการเช็คได้เสมอ

    อยู่ในวิดีทัศน์ ตอนที่ผู้ชายเรียกรถบัสจะไปหาเพื่อนที่นัดเจอกัน

    p.s.อาจารย์คะอันที่อยู่ข้างบนของหนูลืมใส่ชื่อสมาชิกในกลุ่ม เลยส่งให้ใหม่นะคะ

  17. onimaroo said

    กลุ่มที่ : 12

    รายชื่อสมาชิก : วันเพ็ญ, สุประภา, พัชร, ตุลาวุฒิ

    1. Mobile Remote Learning System
    การเรียนทางไกลผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ เหมือนการประชุมซึ่งมีผู้เรียนได้หลายคน

    2. E-Commerce & Delivering System
    การซื้อขาย ออนไลน์ ซึ่งสามารถตรวจสอบว่า ผู้สั่งซื้อสั่งสินค้ากจำนวนเท่าใด, ราคาเท่าใด, จ่ายเงินหรือยัง, จัดส่งทางใด และจะส่งถึงวันที่เท่าไหร่

    3. Mobile Town Monitoring System
    เป็นแผนที่ๆ ติดอยู่บนแขนเสื้อ สามารถบอกเส้นทาง, ร้านอาหาร, สถานที่ต่างๆ ภายในเมืองได้ เวลาซื้อของยังสามารถสั่งจ่ายเงินออนไลน์ได้ และก็สามารถเป็นเหมือนโทรศัพท์เคลื่อนที่อีกด้วย

    4. Auto Drive
    เป็นรถที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง

    5. Mobile Medical Examination System
    เป็นกระเป๋าอิเล็คทรอนิกส์ ที่สามารถแสดงอวัยวะของสิ่งที่จะตรวจที่อยู่คนละสถานที่ได้เป็นรูปแบบ 3 มิติ แล้วเมื่อใส่ถุงมือก็สามารถที่จะทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าสัมผัสสิ่งที่เห็นอยู่ได้

    6. GPS
    คือ ระบบนำทางที่ได้รับข้อมูลและแผนที่มาจากดาวเทียม

    7. Mobile Virtual Laboratory
    เป็นเหมือนห้องวิจัยเคลื่อนที่ ซึ่งสามารถวิเคราะห์สิ่งที่ต้องการได้ทันทีทุกสถานที่ และยังสามารถส่งข้อมูลได้ทันทีที่ต้องการ

    8. One-Stop Boarding System
    เป็นเครื่องที่ใช้ตรวจสิ่งผิดปรกติก่อนเข้าสู่เครื่องบิน และยังเป็นเครื่องที่ใช้ตรวจสอบพาสปอร์ต และข้อมูลส่วนตัวอีกด้วย

    9. Bus On Demand System
    เป็นระบบตรวจสอบเส้นทางรถโดยสารและบอกว่ารถโดยสารคันนั้นจะมาถึงสถานที่ๆ คุณอยู่ในอีกกี่นาที

  18. คุณไกด์ หรือ คุณ SimpleNut หรือ คุณ angel 3131 อยู่ไหน

    ขอแรงหน่อย

    ช่วยตรวจสอบให้ทีครับ ว่า กลุ่มไหนที่ยังไม่ส่ง ประกาศมาใน Page นี้ ด้วยครับ จะได้ช่วยเตือนเพื่อน ๆ ด้วย หมดเวลา เที่ยงคืน คืนนี่ ครับ

    Special Assignment I ครับ

  19. บ่ายนี้ เงียบมากเลย มีเรียนกันอยู่ใช่ไหมครับ

  20. Gi Ei-Due said

    ณ เวลานี้เท่าที่เห็นอยู่ก็มี กลุ่ม 1,5,7,8,11 และ 12 ครับ อาจารย์

    ไม่แน่ใจว่าดูครบแล้วหรือว่า อาจจะตาลายนะครับ ยังไงก็รบกวนอาจารย์ตรวจดูอีกที

    PS.วันนี้มีเรียนหนักทั้งวันเลยครับอาจารย์ ไม่ได้พักเล๊ย !! ไว้มาพักคาบอาจารย์พรุ่งนี้และกันนะครับ :D

  21. bc424sec3131 said

    ขอบใจมากคุณไกด์ พบกันพรุ่งนี้

    นักศึกษากลุ่มที่ ๒, ๓, ๔ , ๖ , ๙ , ๑๐ รีบเลยครับ หมดเวลาเที่ยงคืน คืนนี้ ครับ

    ๒ รจนา, จุฑาภรณ์, กฤษติยากร
    ๓ จริยา แสงม่วง, นภาพร, กนกวรรณ
    ๔ วิภาดา, ธีรยุืทธ, อนุวัฒน์
    ๖ พงศธร, วิภา. นิธิรัช
    ๙ กันต์ฤทัย, ศิรินภา, รมณีย์, สุปราณี
    ๑๐ ศิริชัย, ธวัชชัย

  22. bc424sec3131 said

    พรุ่งนี้ หลังเลิกเรียน ผมขอพบคุณไกด์ และ คุณ SimpleNut เป็นการส่วนตัวหน่อย ครับ ผมจะขอให้คุณทั้งสองคน เป็น Focal Point ของเื่พื่อน ๆ ในชั้น ในการประสานกับผม เผื่อมีเวลาฉุกเฉิน

    พบกันพรุ่งนี้ี ครับ …. พรพรหม

  23. bc424sec3131 said

    กลุ่มที่ : 12

    รายชื่อสมาชิก : วันเพ็ญ, สุประภา, พัชร, ตุลาวุฒิ

    5. Mobile Medical Examination System เป็นกระเป๋าอิเล็คทรอนิกส์

    ที่ถูกต้อง ต้องเป็น อิเล็กทรอนิกส์ ครับ

  24. bc424sec3131 said

    กลุ่ม : 8
    สมาชิก : นางสาว ดวงกมล ทองเต็ม นาย บรรพต แซ่อ้วง นางสาว พสุภา ล้ออุทัย

    อินเตอร์เน็ต ที่ถูกต้อง เป็น อินเทอร์เน็ต ครับ

    เพื่อนๆ จดไว้ด้วย ต่อไป จะได้ใช้ให้ถูกต้องครับ

  25. bc424sec3131 said

    กลุ่มอะไร ไม่รู้

    สัตว์แพทย์ ต้องเป็น สัตวแพทย์ ครับ

  26. bc424sec3131 said

    กลุ่มที่ ๗

    เทคโนโลยี่ –> …โลยี

  27. sirinapha said

    กลุ่มที่ 9
    สมาชิก
    1.ศิรินภา ทองปรุง
    2.รมณีย์ วรรณประเสริฐ
    3.สุปราณี ละมูลสุข
    4.กันต์ฤทัย ดวงแก้วปั๋น

    1. Mobile Remote Learning System.
    คือ การเรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยสามารถมองเห็นผู้สอนและผู้เรียนได้ในเวลาเดียวกัน สามารถพูดคุย โต้ตอบสนทนากันได้ เปรียบเสมือนการเรียนรู้โดยที่ไม่ต้องไปโรงเรียน โดยเนื้อหาของบทเรียนซึ่งประกอบด้วย ข้อความ ภาพ เสียงและมัลติมีเดียอื่นๆ โดยผู้เรียนผู้สอน และเพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อสื่อสาร ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้เช่นเดียวกับการเรียนในชั้นเรียนปกติ

    2. E-cash
    คือ คล้ายๆบัตรเครดิต โดยสามารถจ่ายเงินสดผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันที โดยที่ตัวบัตรจะประกอบไปด้วย ชื่อ นามสกุล รหัส ที่อยู่ และจำนวนเงิน

    3.E-commerce and delivery system
    คือการซื้อขายผ่านทางอินเทอร์เน็ต การทำธุรกรรมในเชิงธุรกิจทุกประเภทผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมทั้งกิจกรรมการซื้อขาย การแลกเปลี่ยนสินค้า การส่งสินค้า การชำระเงิน และการบริการด้านข้อมูล เป็นต้น
    E-commerce สามารถให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว และไม่จำกัดขอบเขตของผู้ใช้บริการและระยะเวลาทำการของหน่วยงาน

    4.Custom footwear system
    คือ การทำงาน ประชุม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อินเทอร์เน็ต โดยสามารถมองเห็นผู้เข้าร่วมประชุมได้ สามารถโต้ตอบ สื่อสารกันได้ โดยที่ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ต้องเดินทางมาที่บริษัทเพื่อเข้าร่วมประชุม หรือ ลูกค้าสามารถสั่งออร์เดอร์สินค้าผ่านสื่อนี้ได้

    5. Mobile town monitoring system
    คือ แผนที่ซึ่งอยู่ในรูปแบบของนาฬิกา ซึ่งสามารถบอกเวลา วันที่ เส้นทางต่างๆที่เราต้องการที่จะไป โดยสามารถตรวจสอบเส้นทางได้โดยละเอียด โดยสามารถใช้ในการสั่งซื้ออาหารได้ โดยที่ไม่ต้องใช้เงินสดในการจ่ายสินค้า และสามารถใช้เป็นโทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสารได้ สามารถมองเห็นผู้สนทนาได้ในเวลาเดียวกัน

    6.Auto drive
    คือ โปรแกรมขับรถอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องขับรถเอง

    7. Mobile medical examination system
    คือ ระบบรักษาสัตว์เคลื่อนที่โดยที่ไม่ต้องไปถึงที่ ก็สามารถรักษาได้ทันที โดยการส่งข้อมูล ภาพ และข้อมูลของสัตว์ที่ต้องการรักษานั้นๆ โดยจะมาในรูปแบบแสงสามารถสัมผัสได้จริงๆ และเครื่องก็สามารถบอกได้ทันทีว่า สัตว์ตัวนั้นป่วยเป็นอะไร ก็สามารถรักษาได้ทันที หรือจะอธิบายได้ใหม่คือ ระบบแพทย์ทางไกลเป็นการนำเอาความก้าวหน้าด้านการสื่อสารโทรคมนาคมมาประยุกต์ใช้กับงานทางการแพทย์ โดยการส่งสัญญาณผ่านสื่อซึ่งอาจเป็นสัญณาณดาวเทียม หรือใยแก้วนำแสงแล้วแต่กรณีควบคู่ไปกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แพทย์ต้นทางกับปลายทางสามารถติดต่อสื่อสารกันด้วย ภาพเคลื่อนไหวและเสียง ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลคนไข้ระหว่างกันได้

    8.GPS
    คือ สัญญาณนำทางโดยสามารถบอกพิกัด ตำแหน่ง เป็นระบบค้นหาตำแหน่งและนำทางด้วยดาวเทียม ซึ่งประกอบไปด้วยดาวเทียมจำนวน 24 ดวง ที่โคจรรอบโลกวันละ 2 รอบ ทำให้เครื่องรับสัญญานมองเห็นดาวเทียมไม่น้อยกว่า 4 ดวงบนท้องฟ้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนพื้นผิวโลก เป็นผลทำให้สามารถนำข้อมูลการรับสัญญาณ GPS ไปคำนวณหาตำแหน่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงในทุกสภาพอากาศและทุกหนทุกแห่งบนพื้นผิวโลกหรือที่ระดับเหนือขึ้นไปโดยอัตโนมัติในระดับถูกต้อง

    9. Mobile virtual laboratory
    คือ ระบบวิเคราะห์ วิจัย โดยจะส่งข้อมูลอย่างระเอียดกลับมาให้ เปรียบเสมือนห้องวิจัยเคลื่อนที่

    10.One – stop boarding system
    คือ ระบบเครื่องตรวจโลหะหาวัตถุอันตรายเช่น ปืนระเบิด เป็นต้น สามารถส่งสัญญาณบอกเที่ยวบินได้ ผ่านนาฬิกา และยังเป็นเครื่องเช็คอินแอร์พอร์ตได้ในเวลาเดียวกัน

    11.On demand bus system
    คือ ระบบรถบัส สำหรับคนพิการ หรือบุคคลทั่วไป โดยจะบอกเวลา ตารางเดินรถที่แน่นอน สามารถมารับถึงที่โดยที่ไม่ต้องเวลาไปจองรถเอง

  28. kritbc424 said

    กลุ่มที่ 10
    สมาชิก
    นายธวัชชัย พรายงาม
    นายศิริชัย ตระการศิลป์วัฒน์

    E-Commerce& Delivering System
    เป็นระบบที่ทำการค้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

    Mobile Town Monitoring System
    เป็นระบบที่สามารถสื่อสารให้เห็นหน้าบุคคลอีกฝ่ายที่กำลังสนทนากันอยู่

    Mobile Medical Examination System
    เป็นระบบที่ตรวจรักษาทางไกลผ่านระบบ Mobile Medical Examiation

    Bus on Demand System
    เป็นระบบที่ตรวจสอบว่า รถบัสเดินทางถึง ณ จุดใด้บ้างแล้ว และจะมาถึงภายในกี่นาที

  29. auybc424 said

    กลุ่มที่ 2
    สมาชิก
    1.รจนา กระแสโสม (auybc424)
    2.จุฑารัตน์ ลั่นซ้าย
    3.กฤษติยากร กุลทอง

    1..Mobile Remote Learning System
    เป็นการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทั้งผู้เรียนและผู้สอนสามารถเห็นหน้ากันได้
    โดยผ่านอุปกรณ์ชิ้นนี้ โดยที่ไม่ต้องเจอกันก็สามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้

    2..E-Commerce & Delivering System
    คือการซื้อขายผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้ ซึ่งหากต้องการสินค้าชนิดใด
    ก็สามารถเลือกดูได้เลย โดยอุปกรณ์นี้จะมีระบบที่ประกอบไปด้วย รูปของสินค้าที่ขาย
    ตัวอย่างสินค้าที่ต้องการเลือกซื้อได้เลย รวมถึงระบบการชำระเงินด้วย ทำให้การทำธุรกิจ
    ที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้สะดวกและรวดเร็ว

    3..Custom Footwear System
    คือ การประชุม หรือการพูดคุยกัน ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้ ซึ่งการประชุมหรือพูดคุย
    กันแต่ละครั้ง หากทั้งสองฝ่ายอยู่กันคนละที่ก้อสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ เห็นหน้ากันเหมือน
    คุยอยุ่ที่เดียวกัน

    4..Mobile Town Monitoring System
    เปรียบเสมือนแผนที่เคลื่อนที่ที่ไปไหนก็สามารถดูได้ โดยอยู่ในรูปแบบของนาฬิกาข้อมือ
    หรือใช้ในการติดต่อสือสารกันได้สองฝ่าย มองเห็นหน้าผู้สนทนาได้ด้วย

    5..Auto Drive
    คือ ระบบการขับรถที่ผุ้ขับไม่ต้องบังคับใดๆเลย ซึ่งระบบนี้จะบังคับและทำงาน
    ของมันเองโดยเราไม่ต้องนั่งขับเหมือนรถปกติ

    6..Mobile Medical Examination System
    ระบบการตรจวรักษาสัตว์หรือเปรียบเสมือนห้องพยาบาลเคลื่อนที่ ไม่สามารถรักษาได้โดยตรง
    แต่จะวิเคราะห์สาเหตุและอาการได้แม่นยำมาก โดยที่เราสามารถรักษาได้เองโดยไม่ต้องไป
    โรงพยาบาล

    7..Mobile Virtual Laboratory
    คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เปรียบเสมือนห้องวิจัยเคลื่อนที่ ที่สามารถทำการวิเคราะห์ผลได้
    ชัดเจน

    8..One-Stop Boarding System
    คือระบบการตรวจเช็คหาวัตถุที่อาจเป็นอันตราย หรือตรวจหาส่ิงต้องห้าม ก่อนที่จะเข้าไปใน
    สถานที่ที่เขาติดตั้งอุปกรณ์ชนิดนี้

    9..Bus On Demand System
    เป็นระบบการเรียกใช้บริการรถบัส สำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการ โดยสามารถบอกได้ว่า
    ต้องการให้รถไปรับที่ไหน เวลาใด โดยที่เราไม่ต้องไปถึงที่แต่เราสามารถรออยู่ที่บ้านก็ได้
    เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลาในการไปจองเอง

    ++++++++++++++++++++++++++++The End++++++++++++++++++++++++++++++++

  30. ตอนนี้ เหลือ กลุ่มต่อไปนี้ ที่ยังไม่ได้ส่ง

    ๓ จริยา แสงม่วง, นภาพร, กนกวรรณ
    ๔ วิภาดา, ธีรยุืทธ, อนุวัฒน์
    ๖ พงศธร, วิภา. นิธิรัช
    ๙ กันต์ฤทัย, ศิรินภา, รมณีย์, สุปราณี

  31. jariya said

    กลุ่ม : 3
    สมาชิก :
    1.นางสาว จริยา แสงม่วง
    2.นางสาว กนกวรรณ คงเพียรธรรม
    3.นางสาว นภาพร ไชยะ

    1. Mobile Remote learning system
    จากฉากที่มีช่างปั้นถ้วยชามกำลังสอนเด็กๆอยู่นั้น เป็นการเรียนการสอนระยะไกลผ่านระบบ Mobile Remote learning system ซึ่งผู้เรียนกับผู้สอนจะอยู่คนละที่กันแต่ก็สามารถเรียนรู้และพูดคุยโต้ตอบกันได้เหมือนกับอยู่ด้วยกันจริงๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกต่อผู้ที่ต้องการเรียนรู้โดยไม่มีปัญหาในเรื่องการเดินทาง

    2. E-commerce & Delivering system
    จากฉากที่มีลูกค้ามาซื้อถ้วยในร้าน และมีการจ่ายเงินโดยใช้ e-cardนั้น เป็นการนำเอาเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มาช่วยในการขายสินค้าเพื่อให้มีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยที่ลูกค้าสามารถสั่งของ บอกวันที่ต้องการรับ และเลือกรูปแบบการส่งของได้

    3. Custom Footwear System
    จากฉากที่พนักงานบริษัทกลุ่มหนึ่งกำลังพูดคุยกับพนักงานของอีกบริษัทหนึ่งผ่านระบบ Custom Footwear System
    ในบริษัทของเขาเองนั้น แสดงให้เห็นถึงการพูดคุย หรือประชุมโดยที่ไม่ต้องเดินทางไปพบกัน ซึ่งเทคโนโลยีนี้ทำให้สะดวกในการทำงานเป็นอย่างมาก คือประหยัดเวลาในการเดินทาง

    4. Mobile Town Monitoring system
    จากฉากที่พนักงานกำลังไปหาข้าวมื้อเที่ยงกินกัน ได้ใช้เทคโนโลยีนี้มาช่วยในการหาตำแหน่งของสถานที่ที่ต้องการ ว่ามีที่ไหนขายอาหารบ้าง และแสดงตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของผู้ใช้งาน ใช้สั่งอาหาร ยืนยันการรับอาหารและจ่ายเงิน อีกทั้งยังสามารถติดต่อสื่อการแทนโทรสัพท์มือถือโดยเห็นหน้าตากันได้อีกด้วย

    5. Auto Drive
    จากฉากที่ผู้ชายมีหนวดขับรถอยู่นั้น เป็นการขับรถยนต์ที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีที่สามารถบอกตำแหน่งที่ขับ สภาพแวดล้อมรอบๆ สามารถพูดคุยสื่อสารกับบุคคลต่างๆได้เหมือนมีมือถือติดอยู่หน้ารถ บอกตำแหน่งที่ต้องการจะไป บอกระยะทางและยังสามารถบอกระยะเวลาที่จะถึงจุดหมายได้อีกด้วย

    6. Mobile Medical Examination system
    จากฉากที่มีตาแก่โทรมาตามนั้น เป็นการรักษาสัตว์ด้วยเทคโนโลยีโดยที่ไม่ต้องเดินทางไปถึงที่ และมีความแม่นยำสูง ทำให้สะดวกทั้งฝ่ายผู้รักษาและผู้ถูกรักษาคือไม่ต้องทำการเคลื่อนย้ายให้เสียเวลา

    7. GPS
    จากฉากที่มีผู้หญิงเดินอยู่ในป่า จะเห็นได้ว่า มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เป็นเสมือนแผนที่ ไว้บอกตำแหน่งต่างๆ ทั้งที่เราต้องการไปและตำแหน่งที่เราอยู่ปัจจุบันด้วย

    8. Mobile Virtaul Lab Olatory system
    จากฉากที่ผู้หณิงคนหนึ่งหยิบแท่งเหล็กออกมากางครอบต้นไม้ไว้ เป็นการตรวจสอบเก็บข้อมูล และส่งข้อมูลต้นไม้นี้ไปให้ผู้ที่อยู่อีกที่หนึ่งดูได้ การทำลักษณะนี้เปรียบเสมือนอยู่ในห้องแล็บขนาดย่อมนั่นเอง

    9. One-Stop Boarding system
    จากฉากที่ผู้หญิงคนหนึ่งเพิ่งลงจากเครื่องบินและอยู่ที่แอร์พอร์ต เป็นการใช้พาสปอร์ตในรูปแบบใหม่ คือ ใช้การแสกนผ่านวัตุถุที่ติดอยู่ตรงข้อมือแทนแบบเดิม และยังสามารถพูดคุยติดต่อสื่อสารโดยเห็นหน้ากันได้อีกด้วย

    10.Bus on demand system
    เป็นระบบตรวจสอบเส้นทาง และเวลาในการมาของรถโดยสารผ่านเทคโนโลยีนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการรอ

  32. ณ ๒๑.๒๖ น. เหลือ กลุ่มต่อไปนี้ ที่ยังไม่ได้ส่ง

    ๔ วิภาดา, ธีรยุืทธ, อนุวัฒน์

    ๖ พงศธร, วิภา. นิธิรัช

    ๙ กันต์ฤทัย, ศิรินภา, รมณีย์, สุปราณี

  33. bc424sec3131 said

    ณ เวลา ๐๔.๐๔.

    เหลือ กลุ่มต่อไปนี้ ที่ยังไม่ได้ส่ง

    ๔ วิภาดา, ธีรยุืทธ, อนุวัฒน์

    ๖ พงศธร, วิภา. นิธิรัช

    ๙ กันต์ฤทัย, ศิรินภา, รมณีย์, สุปราณี

    หมดเวลาแล้วครับ

    หากผมตรวจสอบผิดพลาดอย่างไร บอกผมได้ครับ

  34. พรพรหม said

    ตกลง เหลือ ๖ พงศธร, วิภา. นิธิรัช

    นะครับ

    เพื่อน ๆ มีมติให้ กลุ่ม 6 ส่งภายใน วันจันทร์ ที่ 24 พ.ย. เวลา 00.05 น.

  35. พงศธร, วิภา. นิธิรัช เร่งมือเลยนะครับ

  36. beamjiko said

    กลุ่มที่ 6

    สมาชิก พงศธร, วิภา. นิธิรัช

    โจทย์ พิเศษ Embedded System

    ตอบ Embedded System คือ

    เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับงานควบคุมรวมถึงการแสดงผลการทำงานต่าง ๆ โดยที่ระบบเหล่านี้ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบและอุปกรณ์ควบคุม เครื่องมือ เครื่องจักรต่าง ๆ การที่ใช้คำว่า “ระบบแบบฝังตัว” เนื่องจากระบบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบใหญ่ ในหลายกรณีที่ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่ทราบว่าอุปกรณ์ควบคุม เครื่องมือ เครื่องจักรรวมถึงระบบใดที่ใช้งานเป็นประจำเหล่านั้นเป็นระบบแบบฝังตัว ในบางครั้งแม้แต่ผู้ที่มีความรู้ทางด้านเทคนิคก็ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าใดมีระบบแบบฝังตัวอยู่ จนกว่าจะมีการทำงานและตรวจสอบกับระบบและอุปกรณ์ควบคุมนั้นระยะหนึ่งเลยที่เดียว
    ระบบแบบฝังตัว (Embedded System) นี้แม้ไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ก็มีระบบคอมพิวเตอร์อยู่ภายใน อาจจะเป็นเพียงไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor) หรือชิป (chip) ธรรมดาหรือโพรเซสเซอร์ (Processor) ที่ประกอบด้วย ชิป (Chip) ที่มีวงจรซับซ้อน โดยจะมีหลักการทำงาน คือ มีสัญญาณข้อมูลเข้า (Input) จากอุปกรณ์ เซนเซอร์ (Sensor) เข้าสู่ระบบ และมีสัญญาณผลลัพธ์ (Output) ของระบบไปควบคุมบังคับสวิตซ์เครื่องควบคุมต่าง ๆ เช่นสวิตซ์เครื่องจักร หรือ วาล์วควบคุมทิศทางการไหลของท่อทางต่าง ๆ
    นอกจากนี้แบบและรุ่นของระบบแบบฝังตัว (Embedded System) ก็มีมากมายมีทั้งระบบที่เป็นแบบง่าย ๆ การทำงานไม่ซับซ้อน ตลอดจนแบบระบบที่ซับซ้อน ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทและจำนวนไมโครโพรเซสเซอร์ รวมถึงงานโปรแกรมควบคุมในระบบ

    ประเภทของ Embedded System

    *แบบไมโครโพรเซสเซอร์เดี่ยวเป็นระบบซึ่งใช้อยู่ในอุปกรณ์ขนาดเล็ก เช่นอุปกรณ์ไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าต่าง ๆ เครื่องตรวจจับต่าง ๆ
    *แบบไมโครโพรเซสเซอร์ หลายตัวรวมกันในวงจร ซึ่งเป็นระบบซึ่งใช้อยู่ในอุปกรณ์ควบคุมที่ซับซ้อน เช่น อุปกรณ์ควบคุมการไหลของแก๊ส ของเหลว กระแสไฟฟ้า อุปกรณ์ขยายสัญญาณต่าง ๆ อุปกรณ์ปิดวาล์ว เครื่องควบคุมเครื่องจักรในโรงงาน ซึ่งจะมีทั้งที่ไม่ทำหน้าที่เกี่ยวกับเวลาและทำหน้าที่เกี่ยวกับเวลา

  37. Ok , ครบแล้วครับ ขอบใจทุก ๆคน

    ทำการบ้านชิ้นต่อไปได้เลยครับ

  38. bc424sec3131 said

    ต่อเนื่องจาก ที่ กลุ่ม ๖ ตอบเรื่อง Embedded System มีข่าวที่เกี่ยวเนื่องด้วย ติดตามได้ที่ http://bc424sec3131.wordpress.com/2008/11/23/embedded-system-futre-trend/ ครับ

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.